รวมมือถือ 5G ราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่น่าสนใจ อัปเดตปี 2021 พร้อมขายไทยแล้ววันนี้ มีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้าง มาดูกัน

สำหรับปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวมือถือ 5G จากแบรนด์ชั้นนำตลอดทั้งปี ตั้งแต่ในรุ่นเรือธงตัวท็อปสุด ระดับกลาง และในช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็เริ่มเห็นมือถือ 5G ในช่วงราคาต่ำกว่า 10,000 บาทมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้จะมีรุ่นเด่นจากแบรนด์ใดบ้างนั้นไปชมกันเลยค่ะ

  1. Samsung Galaxy A32 5G : 9,999 บาท

เป็นมือถือ 5G ราคาย่อมเยารุ่นใหม่ของทาง Samsung ที่มาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อ 5G ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 720 จับคู่กับ RAM สูงสุด 8GB + ROM 128GB มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 15W Fast Charging บนการดีไซน์จอไร้ขอบทรงหยดน้ำแบบ Infinity-V Display ขนาด 6.5 นิ้ว และมีการติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมกล้อง Ultra-Wide, กล้อง Macro และกล้อง Depth

2. realme 7 5G : 9,999 บาท

สมาร์ทโฟน 5G ราคาคุ้มค่าจากทาง realme ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง MediaTek Dimensity 800U รองรับเครือข่าย 5G ทั้งหมด 12 ย่านความถี่ทั่วโลก และแสตนด์บายเครือข่าย 5G ได้ทั้งสองซิมการ์ดแบบ Dual 5G SIM จับคู่ RAM 8GB + ROM 128GB มีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ 30W Dart Charge และหน้าจอลื่นแบบ 120Hz Ultra Smooth Display ขนาด 6.5 นิ้ว ที่มีค่า Refresh Rate สูงสุดที่ระดับ 120Hz ระบบปฏิบัติการ Android 10 

3. OnePlus Nord N10 5G : 9,990

สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ของทาง OnePlus ที่มากับจุดเด่นอย่างการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G บนการดีไซน์จอไร้ขอบเจาะรูกล้องหน้าแบบ Punch-Hole Display ขนาด 6.49 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ โดยมีค่า Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz รวมถึงรันด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 690 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่รองรับ 5G จับคู่กับ RAM ขนาด 6GB + ROM ขนาด 128GB และมีแบตเตอรี่ความจุ 4300 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Warp Charge 30T (5V/6A) ผ่านพอร์ต USB Type-C ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS

4. Moto G 5G Plus : 9,990 บาท

สมาร์ทโฟน 5G ระดับกลางรุ่นแรกของทาง Motorola ที่มีจุดเด่นหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ Refresh Rate ระดับสูงสุด 90Hz บนการดีไซน์แบบไร้ขอบ ไร้รอยบากขนาดใหญ่เต็มตา 6.7 นิ้วแบบ CinemaVision Display ในอัตราส่วน 21:9 พร้อมกล้องหน้าคู่ฝังบนจอที่คล้ายกับดวงตา รองรับการถ่ายเซลฟี่มุมกว้างแบบ Ultra-Wide และมีกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัว (Quad Camera) โดยกล้องตัวหลักคมชัด 48 ล้านพิกเซล ที่สำคัญรองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765 จับคู่กับ RAM ขนาด 8GB + ROM ขนาด 128GB โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ที่ทาง Motorola ระบุว่าสามารถใช้งานได้ยาวนนาถึง 2 วัน และรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 20W TurboPower

5. Xiaomi Mi 10T

สมาร์ทโฟนซีรีส์เรือธงที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลไร้ขอบแบบเจาะรูขนาด 6.67 นิ้ว ที่มีค่า Refresh Rate ระดับ 144Hz เทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนเกมมิ่งระดับท็อป แรงด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 รุ่นท็อปประกบคู่กับหน่วยความจำ RAM ขนาด 6GB โดยแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Fast Charging รวมถึงระบบกล้องถ่ายภาพจำนวน 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียดสูงสุด 108 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ถ่ายภาพที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น เลนส์ Ultra Wide ไปจนถึงเลนส์ Macro สำหรับถ่ายภาพในระยะใกล้

6. Redmi Note 9T (4GB+128GB) : 7,499 บาท

สมาร์ทโฟน 5G ราคาประหยัดรุ่นใหม่จากทาง Xiaomi ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Dimensity 800U รองรับการเชื่อมต่อ 5G พร้อมใช้งานได้ยาวนานด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W Fast Charging มีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.53 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ และมีกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล

เรียกได้ว่าทุกรุ่นเป็นรุ่นเด่นจากแต่ละแบรนด์ และมีฟีเจอร์เด่นที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เอง ว่ามีความชื่นชอบสมาร์ทโฟนรุ่นใดมากที่สุด ทั้งในด้านการดีไซน์ว่าสวยถูกใจขนาดไหน และฟีเจอร์ด้านในสามารถพร้อมตอบโจทย์การใช้งานของตนเองได้ครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งหากว่าได้ทดลองใช้งานในเบื้องต้น แล้วเกิดความพึงพอใจ ก็ถือได้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนั้นคุ้มค่าแก่การจับจองเป็นเจ้าของแล้วค่ะ

=======================

IDENMATIC Digital Door Lock Live your life

Website : https://www.idenmatic.com

Facebook : http://www.facebook.com/Idenmatic.Thailand/

#liveyourlife#ชีวิตแค่ออกไปใช้#digitaldoorlockบานเลื่อน#Digitaldoorlock#ระบบล็อคประตู#สแกนใบหน้า#AccessControl